ปรับปรุงคลอง พล.อ.อาทิตย์ ใช้เพาะปลูกในฤดูแล้ง
กรมชลประทานวางแผนแก้ปัญหาน้ำในคาบ สมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ขยายคลองพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก จาก 40 เมตรเป็น 70 เมตร ขยายความจุจาก 2 ล้านลบ.ม. เป็น 7 ล้านลบ.ม. เผยเป็นแหล่งน้ำเดียวที่มีอยู่สำหรับใช้เพาะปลูกฤดูแล้ง ส่วนปัญหาน้ำท่วมใช้วิธีสร้างคันกั้นน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลอง และผันน้ำจากทะเลสาบสงขลาออกอ่าวไทย ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงแผนการแก้ไขปัญหาน้ำในคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ว่า คาบสมุทรสทิงพระถูกขนาบโดยทะเลสาบสงขลากับอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่อำเภอระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งทุกปี เนื่องจากไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำ อีกทั้งไม่สามารถใช้น้ำจากทะเลสาบสงขลาได้ เพราะน้ำเค็มรุกขึ้นมาจนถึงทะเลสาบตอนบน แม้จะมีคลอง พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งเป็นคลองขุดความยาวกว่า 54 กิโลเมตร ผ่าน 4 อำเภอดังกล่าว นับแต่ พ.ศ.2527 เพื่อเป็นแหล่งพักน้ำสำหรับใช้ในฤดูแล้ง แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น กรมชลประทานจึงวางแผนปรับปรุงคลอง พล.อ.อาทิตย์ โดยขยายข้างละ 15 เมตร เป็น 30 เมตร จากเดิมขนาดคลอง 40 เมตร เป็น 70 เมตร ซึ่งจะเพิ่มความจุคลองจาก 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 7 ล้านลูกบาศก์เมตร "ในอดีต ถึงฤดูแล้งทีไรชาวบ้านเพาะปลูกไม่ได้เลย วัวควายก็แทบไม่มีน้ำกิน พอมีคลองพล.อ.อาทิตย์ ก็ใช้น้ำได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอ การขยายคลองครั้งนี้ก็มุ่งเพิ่มความจุน้ำในคลอง เพราะที่นี่ไม่มีแหล่งน้ำอื่นเลย ชาวบ้านพอจะปลูกพืชผักไว้เลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน" ว่าที่ ร.ต.ไพเจน กล่าว ส่วนปัญหาอุทกภัย ซึ่งคาบสมุทรสทิงพระประสบมาตลอดทุกปีเพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ กรมชลประทานวางแผนก่อสร้างคันป้องกันกั้นน้ำท่วมและอาคารประกอบ เพื่อกันน้ำในทะเลสาบสงขลาเข้าสู่พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระในฤดูน้ำหลาก และกันน้ำเค็มเข้าพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง โดยใช้แนวถนนหรือทางหลวงเลียบทะเลสาบสงขลายกระดับเป็นคันกั้นน้ำ และก่อสร้างคันดินเพิ่มในช่วงไม่มีแนวถนน การปรับปรุงประสิทธิภาพคลองระบายน้ำในพื้นที่คาบสมุทร เช่น ปรับปรุงคลองระโนดและคลองสาขาเพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล การผันน้ำจากทะเลสาบสงขลาผ่านคลองหนังและคลองสทิงพระออกสู่อ่าวไทย เพื่อลดระดับน้ำในทะเลสาบสงขลาในช่วงฤดูน้ำหลาก และการก่อสร้างท่อระบายน้ำกั้นน้ำจากทะเลสาบสงขลา โครงการดังกล่าว ดำเนินการระหว่าง พ.ศ.2558-2562 ภายใต้งบประมาณ 3,800 ล้านบาท ที่มา : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2164832



